![]() 1. นีล มาร์แชล ผู้กำกับฝีมือดีชาวอังกฤษเพิ่งกวาดรางวัลไปกับหนังเขย่าขวัญ The
Descent ผลงานเขาโดดเด่นสร้างความประทับใจแก่ผู้ชม แม้จะกำกับหนังไม่กี่เรื่อง
หลังจบโปรเจกต์ Doomsday มาร์แชลเตรียมทำหนังอิงประวัติศาสตร์บ้าง
เพราะเขาเติบโตที่บ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของกำแพงเฮเดรียนในนิวแคสเซิ่ล
เคยขับรถไปตามถนนโรมันสายเก่า จึงใคร่รู้เกี่ยวกับตำนานกองพลที่ 9
ยาตราทัพสู่สก็อตแลนด์แล้วหายไปไร้ร่องรอย ทำให้เกิดจินตนาการเหนือธรรมชาติมากมาย
แต่เขาอยากค้นคว้าต่อจากบึนทึกไม่กี่หน้าว่าเรื่องจริงๆเกิดขึ้นอย่างไรกันแน่ใครบางคนเล่าขานเรื่องกองพลที่ 9 ทหารโรมันสามพันนายเดินเท้าเข้าไปในม่านหมอกของป่าสก็อตแลนด์แล้วหายสาบสูญ ทิ้งไว้เพียงตำนานลึกลับ มาร์แชลเกิดไอเดียขึ้นมาทันที เขาไม่อยากนำเสนอภาพความเกรียงไกรของฝ่ายจักรวรรดิ แค่อยากรู้เหตุไฉนกองทัพโรมันอันยิ่งใหญ่จึงต้องสร้างกำแพงมหัศจรรย์ยาว 60 ไมล์ส สูงกว่า 35 ฟุตขึ้นมา ป้อมปราการขนาดมหึมานี้ช่วยปกป้องโรมันจากสิ่งใด เรื่องราวแต่ละฉากผุดขึ้นในหัวสมองมาร์แชลอย่างต่อเนื่อง มาร์แชลลงมือหาข้อมูลและเขียนบทหนังเรื่องใหม่ ไม่ใช่การก้าวข้ามอนาคต หรือ ดำดิ่งลงไปสำรวจถ้ำเร้นลับ แต่พาผู้ชมย้อนไปสู่ยุคล่าอาณานิคม และ พบการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของนายทหารโรมัน เมื่อเผชิญหน้าชนเผ่าพื้นเมือง พิกต์อาศัยอยู่แถบภูเขาคาเลโดเนียน มีความชำนาญพื้นที่ และได้เปรียบเชิงภูมิประเทศจึงดักซุ่มทำร้ายกองทัพโรมันแตกกระเจิง ไม่มีใครทราบสถานการณ์สู้รบแท้จริง มาร์แชลแต่งเติมเรื่องเล่าถึงหนทางกลับบ้านของทหารโรมันเดนตาย ขณะศัตรูออกไล่ล่าล้างแค้นทุกฝีก้าว เซ็นจูเรี่ยนทำให้ระลึกถึงหนังเก่าๆของ จอห์น ฟอร์ด อย่าง Butch Cassidy and the Sundance Kid หรือ Fort Apache โรมันคือนักล่าบนหลังม้า ส่วนพิกต์คือชนเผ่าอาปาเช่ ภาพรวมย่อมแตกต่างจากหนังเรื่อง Gladiator หรือ 300 ไม่ว่าจะโทนสีแสบตา แดง/ส้ม ให้ความรู้สึกดุดันรุนแรง แต่หนังของมาร์แชลโทนสีหม่น ฟ้า/เทา รู้สึกเย็นยะเยือกเมื่อตัดกับสีเลือดแดงฉานจะกระตุ้นประสาทจนคนดูผวา เขาเลือกถ่ายทำในสถานที่จริง ดังนั้นผู้กำกับ ทีมงาน และ นักแสดง จำต้องไปผจญภัยในป่าเขา ลุยหิมะหนาวเหน็บลบสิบแปดองศา ลมเย็นพัดผ่านยอดเขาตลอดเวลา |