Make your own free website on Tripod.com
2010 World Cup
6
south africa 2010

พิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

     ฟุตบอลโลก เวิลด์คัพ 2010 ครั้งที่ 19 ที่อัฟริกาใต้ เปิดเกมคิกออฟในวันที่ 11 มิย.53 เมื่อ 21.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามซอคเกอร์สเตเดี้ยม เมืองโยฮันเนสเบิร์ก

     ในกลุ่ม เอ.นี้ อัฟริกาใต้ ,เจ้าภาพประเดิมสนามกับ เม็กซิโก ด้วยเกมที่ดุดัน รวดเร็ว ผลัดกันรุกรับตลอดเวลา ผลครึ่งแรกยังเสมอ 0-0

     พอเริ่มครึ่งหลัง เม็กซิโกต่อบอลขึ้นในแดนกลางเฉื่อยกว่าครึ่งแรก ขณะอัฟริกาใต้ฉวยโอกาสตัดบอลจากกลางสนามส่งให้ปีกซ้าย ซิฟิเว่ ซาบาลาล่า วิ่งแซงกองหลังจังโก้โฉบเข้าไปในเขตโทษ ซัดด้วยเท้าซ้ายเสียบมุมบน ขึ้นนำ 1-0 นาที 55

     เม็กซิโกเปลี่ยนแผนเจาะกองหลังอัฟริกาใต้โดยโยนบอลออกปีกให้ เอฟเรน ฮัวเรซ เปิดบอลข้ามหัวแผงหลังเจ้าภาพมาตกที่เท้า ราฟาเอล มาร์เกวซ จับจังหวะเดียวแล้วซัดมุมแคบเผาขนตีเสมอ 1-1 นาที 79

     ท้ายเกมเจ้าภาพหวิดนำชัยเมื่อ คัตเลโก้ เอ็มฟีล่า เบียดกองหลังจังโก้ตวัดลูกไปชนโคนเสาประตูเด้งออกข้าง ทั้งคู่แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งอย่างเร้าใจ

     เจ้าภาพเซ็ง!จังโก้ตี1-1เปิดบอลโลก --> สยามสปอร์ตออนไลน์ 11 มิย.53
     ภาพการแสดงและบรรยากาศพิธีเปิดฟุตบอลโลก2010 --> มติชนออนไลน์ 11 มิย.53


Mexico 1-1 South Africa,Siphiwe Tshabalala

     12 มิย. 53 18.30 น. นักเตะพลังโสม เกาหลีใต้ ปะทะ นักเตะไททัน กรีซ ณ สนามเนลสัน แมนเดล่า สเตเดี้ยม ฝ่ายหนึ่งเป็นต่อเพราะมีดีกรีแชมป์ยูโร 2004 ซึ่งปัจจุบันหมดสภาพเกินกว่าโค้ชจะเข็นลงสนาม
     ด้วยการเล่นที่เน้นเกมรับเหนียวแน่นแล้วโต้กลับฉับไวไม่ต่างจากฟอร์มเดิมนั้น ถูกโค้ชเกาหลีใต้แก้เกมโดยให้นักเตะขึ้นเร็วลงเร็ว วิ่งสู้ฟัด รุกในแนวริมเส้นข้างสนาม ก่อนส่งบอลมาให้มิดฟิลด์ซึ่งมีพื้นที่ว่างเปิดลูกให้ศูนย์หน้าส่องเป้า
     กรีซจึงตามหลังโสมขาวอยู่หนึ่งก้าวเสมอ

     สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดในนาที 6 เมื่อเกาหลีใต้ได้ลูกฟรีคิกใกล้มุมธงขวา คี ซุง ยอง โยนลูกโด่งข้ามหัวแผงหลังกรีซโหม่งแฉลบมาเข้าเท้า ลี จุน ซู แปลูกเผาขน ทำให้เกาหลีใต้ขึ้นนำ 1-0
     นาที 13 เกาหลีใต้น่าจะได้ลูกโทษเมื่อ ลี ซุง ยอง กำลังง้างเท้ายิงในเขตโทษแล้วถูก วาสซิลลิส โทโรซิลิส ชนหลังล้มแต่ ไมเคิล เฮสเตอร์ ,ผู้ตัดสินนิวซีแลนด์โบกมือให้เล่นต่อ
     คงเป็นกรรมเก่าของอาเฮียหลีที่เคยทำ(โกง)กับชาวบ้านไว้เยอะ ตอนเป็นเจ้าภาพร่วมกับญี่ปุ่นในบอลโลก 2002

     เมื่อเสียประตูแทนที่กรีซจะรุกไล่เอาคืน กลับเล่นเฉื่อยชาขาดความมุ่งมั่น กระทั่งโค้ชเปลี่ยนกัปตันทีมออกถึง 2 คน ฟอร์มการเล่นยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเสียประตูเร็วในครึ่งหลัง นาที 52 ลูคัสวินทรา ,กองหลังกรีซจับบอลพลาดถูก ปาร์ก จี ซุง ฉกบอลเลี้ยงเดี่ยวหลุดการเสียบสกัดเข้าไปในเขตโทษค่อยยิงผ่านมือ ซอร์วาส เข้าไปตุงตาข่ายอย่างใจเย็น เกาหลีใต้ทิ้งห่างเป็น 2-0

     30 นาทีสุดท้าย กรีซโหมบุกสุดตัว มีลุ้นตีไข่แตก นาที 81 เมื่อดาวซัลโวลีก ฟาคิสเกดาส กลับตัวยิงในเขตโทษแต่ จุง ซุง รอง ปัดลูกข้ามคานได้หวุดหวิด
     อ๊อตโต้ เรห์ฮาเกล โค้ชชาวเยอรมันของทีมชาติกรีซจวกลูกทีมน่าจะกล้าเล่นกล้าลุยกว่านี้
     เกาหลีใต้เก็บ 3 แต้มจากชัยชนะในศึกบอลโลก 2010 ได้เป็นทีมแรก ท่ามกลางความยินดีของแฟนบอลร่วมล้านที่ออกมาเฉลิมฉลองตามท้องถนนกรุงโซล 

     โสมขาวสอนบอลกรีซ 2-0 --> ผู้จัดการออนไลน์ 12 มิย.53
     แฟนบอลไทยเทใจแข้งกิมจิ-ผิดหวังฟ้าขาว,อังกฤษ --> ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิย.53
     ไฮน์เซโขก!ฟ้าขาวเฉือนหวิว 1-0 --> ผู้จัดการออนไลน์ 12 มิย.53
     ไฮน์เซ่โขกลูกโทน ฟ้าขาวเฮ โสมใต้ขยี้กรีซ --> นสพ.ข่าวสด 13 มิย.53
     สโลวีเนียเฉือนแอลจีเรียหวิว1-0 --> ไทยรัฐออนไลน์ 13 มิย.53


 Park Ji-sung,South Korea 2, Greece 0

Robin van Persie    
14 มิย.53 เวลา 18.30 น. ศึกฟุตบอลโลกรอบแรกกลุ่ม อี. อัศวินสีส้ม ฮอลแลนด์ พบ โคนม เดนมาร์ก ณ สนามซอคเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม

     เกมนัดนี้เราไม่ได้เห็นรูปแบบการเล่น โทเทิ่ล ฟุตบอล อันลือชื่อ และ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอัศวินสีส้มยุครองแชมป์โลก 1974,1978 เมื่อเจอการตั้งรับที่เหนียวแน่นของ เดนมาร์ก จึงไม่สามารถเปิดแนวรุก หรือ เข้าไปยิงประตูได้ตามถนัด การต่อบอลไม่สวยงาม ดูเฉื่อยชา อาจเพราะขาด อาร์เยน ร็อบเบน ,ปีกตัวกลั่นซึ่งยังบาดเจ็บอยู่ก็ได้

     เดนมาร์กมีโอกาสโต้กลับเร็วโดย เอเนโวลด์เซ่น ลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงโด่งข้ามคาน เสียของ หลังจากโดนฮอลแลนด์ลองส่องเป้านาที 19 ฟาน เดอ ฟาร์ต และถัดไปอีกเฮือก ฟาน เพอร์ซี่ ต่างยิงหลุดกรอบ

     เริ่มครึ่งหลังไม่ถึงนาทีเหมือนเดนมาร์กจะอาภัพอับโชคเมื่อ โรบิน ฟาน เดอร์ซี่ ตัดบอลจากโกล์ โธมัส โซเรนเซ่น หนีไปเส้นหลังแล้วโยนมาหน้าประตู ไซม่อน โพลเซ่น โหม่งบอลผิดเหลี่ยมไปโดนหลัง แดเนี่ยล แอ๊กเกอร์ เด้งเข้าประตูตัวเอง ฮอลแลนด์ขึ้นนำ 1-0

      โค้ช มอร์เตน โอลเซ่น ของเดนมาร์กแก้เกมโดยเปลี่ยนมิดฟิลด์ออกมาสองตัวแล้วส่งศูนย์หน้าลงไปแทน แต่การรุกคืบเพื่อตีเสมอไม่ได้ผล ตรงข้ามกับฮอลแลนด์เปลี่ยนตัว เอล เยโร่ เอเลีย ,ปีกดาวรุ่งลงมาสร้างสีสันในนาที 66

      ฮอลแลนด์เป็นฝ่ายกดดันเดนมาร์กมากขึ้น ขณะเดนมาร์กหมดกำลังใจ นาที 76 สไนจ์เดอร์ แทงบอลทะลุให้ เอเลีย หลุดเข้าไปในเขตโทษ แปบอลหนีมือโกล์เดนมาร์กไปชนโคนเสากระดอนออกมาเข้าตีน เดิร์ก เคาต์ ยิงซ้ำ สกอร์ทิ้งห่าง 2-0

      นาที 88 ฮอลแลนด์หวิดนำ 3-0 เมื่อ อิบราฮิม อเฟลลาย แปบอลติดมือโซเรนเซ่น ลูกลอยหมุนจะเข้าประตูรอมร่อ แต่ คริสเตียน โพลเซ่น สกัดบอลออกไปได้ทันควัน

     ฟายอิ้งดัทช์แมนประเดิมชัยนัดแรกแบบไม่ทับใจโก๋เท่าไหร่ หวังใจว่านัดต่อไปจะทำได้ดีกว่านี้
     
     อัศวินสีส้มฉีกโคนม 2-0 เคาท์ซัดย้ำชัย ---> ผู้จัดการออนไลน์ 14 มิย.53
     เยอรมันยิงมันส์ ดับออสซี่ 4-0 ---> นสพ.ข่าวสด 14 มิย.53
     "เยอรมัน"ฟอร์มเทพถล่ม"จิงโจ้"4-0 ---> นสพ.คมชัดลึก 14 มิย.53
     ดัตช์ดับโคนม2-0 ซิว3แต้มบอลโลก ---> นสพ.คมชัดลึก 14 มิย.53
     ซามูไรประเดิมชัยดับแคเมอรูน1-0 ---> นสพ.คมชัดลึก 14 มิย.53


Netherlands 2-0(Beats) Denmark,Dirk Kuyt ยิงบอลผ่าน Lars Jacobsen

Cristiano Ronaldo ยิงลูกระยะไกลผ่านโกล์Ivory Coast ชนเสาประตูเด้งออก      15 มิย.53 เวลา 21.00 น. การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบแรกของกลุ่ม จี. ณ สนามเนลสัน แมนเดลา เบย์ สเตเดี้ยม ระหว่างทีมช้างดำ ไอวอรี่โคสต์ พบ ทีมฝอยทอง โปรตุเกส นักเตะดินแดนกาฬทวีปมีดีตรงที่ได้โค้ช สเวน โกรัน อีริคส์สัน ,กุนซือเก่าทีมชาติอังกฤษ มาวางแผนลับฝีเท้ายอดทีมยุโรปซึ่งเคยได้อันดับ 4 ในการแข่งขัน เวิลด์คัพ 2006

     คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ,กัปตันทีมฝอยทองนำทัพเปิดเกมรุกในช่วงแรก แต่ถูกไอ้มืดตามประกบติด สกัดลูก,ทำฟาวล์,ไม่ให้เล่นถนัด ส่งผล ดิดิเยร์ โซโกรา ได้ใบเหลืองนาที 7 ถัดจากนั้นนาที 11 โรนัลโด้พลิกบอลหลบกองหลังช้างดำ ยิงลูกระยะไกล 40 หลา บอลไซด์โค้งผ่านมือนายทวารชาวป่าชนเสาประตูเด้งออก ท่ามกลางเสียงครางฮือของแฟนบอล

     นาที 20 ปีกจอมสับเกิดอารมณ์หงุดหงิดที่กรรมการไม่ให้ลูกฟาวล์ กีย์ เดแมล สกัดล้ม (โรนัลโด้แกล้งล้ม?) แถมยังเจอใบเหลืองแจกให้ทั้งคู่กรณี

     ทีมฝอยทองเล่นดีๆไม่ได้เลยเล่นสกปรกไล่เตะสกัดไอ้มืดเสียดื้อๆ ส่วนกรรมการก็ไม่ทันเกม เดโก ,มิดฟิลด์โปรตุเกสก็ไม่สามารถสร้างเกมรุกเข้าไปกดดันคู่แข่งได้เลย จบครึ่งแรกเสมอ 0-0

     เกมครึ่งหลัง ไอวอรี่โคสต์มีโอกาสพาบอลมาป้วนเปี้ยนหน้าประตูโปรตุเกสแต่ยิงไม่เข้ากรอบ นาที 55 โปรตุเกสส่ง ซิเมา ซาโบซา ลงมาเติมเกมรุกประสานงานกับ เดโก แต่เดโกที่วันนี้ฟอร์มตกก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในเวลาต่อมา

     โค้ชอีริคส์สันเข็น ดิดิเยร์ ดร็อกบา ,ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกลงสนามนาที 65 สภาพร่างกายฟิตไม่ทัน เมื่อได้ลูกชิ่งลากไปถึงโกล์ถูก แฟร์เร เบียดสกัด เขาจะผ่านบอลหรือยิงเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเพื่อนร่วมทีมเติมขึ้นมาไม่ทัน ลูกจึงกลิ้งออกด้านข้างอย่างน่าเสียดาย

     โรนัลโด้ถูกตัดออกไปจากเกมเพราะมิดฟิลด์ถูกไอวอรี่โคสต์คุมพื้นที่อยู่หมัด เขาได้ซัดลูกฟรีคิกระยะไกล 40 หลาข้ามคานอีกหน กองหน้าไอวอรี่โคสต์ยังขาดเทคนิคที่ดีในการยิงประตู หมดเวลาทำอะไรกันไม่ได้เสมอ 0-0 แบบมีเสียว

     ฝอยทองประเดิมเจ๊าช้างดำ 0-0 ---> ผู้จัดการออนไลน์ 15 มิย.53
     ช็อกถ้วนหน้า! สวิสซัดสเปน 1-0 ---> นสพ.ข่าวสด 16 มิย.53
     'กระทิงดุ'ไม่ดุส่อไร้'ตอร์เรส' ---> นสพ.เดลินิวส์ 16 มิย.53
     "โสม"ทัพใหญ่ทำศึก"ฟ้าขาว" ---> นสพ.เดลินิวส์ 17 มิย.53


Cristiano Ronaldo เลี้ยงลูกหลบ   Ismael Tiote ,ผลการแข่งขัน Portugal 0-0 Ivory Coast

 Fernando Torres ศูนย์หน้า Spain      16 มิย.53 เวลา 21.00 น. อุณหภูมิ 20 องศา การแข่งขันเวิลด์คัพ 2010 คู่สุดท้ายของนัดแรกกลุ่ม เอช. ระหว่างทีมกระทิงดุง สเปน แชมป์ยูโร 2006 กับ ทีมนายห้างนาฬิกา สวิตเซอร์แลนด์ ณ เดอร์บัน สเตเดี้ยม

     นักเตะสเปนส่วนใหญ่รวมดาวดังจากสโมสร เรอัน มาดริด และ บาร์เซโลน่า แห่งลาลีก้าลีก มีความสามารถเฉพาะตัวสูง เล่นบอลได้คล่องแคล่ว เป็นฝ่ายครอบครองบอล และบุกแดนคู่ต่อสู้ได้มากกว่า นาที 2 สเปนได้เตะลูกฟาวล์ระยะ 40 หลา ชาบี เฮร์นันเดซ โยนบอลเข้ามาหน้าประตู แต่ถูกกองหลังสวิสซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้ดีโหม่งสกัดออกไป

     ดาบิด บีญ่า เลี้ยงเดี่ยวด้านกราบซ้ายหนี สเตฟาน ลิชสไตเนอร์ เข้าไปยิงมุมแคบแต่ ดิเอโก้ เบนาโญ่ ,ผู้รักษาประตูสวิสล้มตัวรับได้หวุดหวิด

     กระทิงดุทิ้งบอมบ์บุกแหลกอย่างต่อเนื่อง นาที 23 เกราร์ด ปิเก้ ทะลวงแนวรับสวิส ล็อกบอลหลบ สเตฟาน กริชติ้ง หวดลูกเต็มตีนแต่ เบนาโญ่ ออกมาปิดมุมแคบป้องกันการเสียประตูสำเร็จ

     จากนั้นสเปนยังคงทำชิ่งบอลหาโอกาสทำประตูหลายครั้งแต่ไม่เข้าเป้า โดยเฉพาะนาที 45 บีญ่าได้ลูกจากอิเนียสตาลากไปถึงริมเส้นหลังประตูสวิส ล็อกบอลหลบหนึ่งจังหวะ ก่อนชิบลูกโด่งจะให้เพื่อนเข้ามาโหม่งโล่งๆแต่ไม่มีใครเข้าชาร์จ

     เริ่มครึ่งหลัง สวิตเซอร์แลนด์ ยังคงใช้แผงหลังยืนคุมโซนแน่นพรืด เตรียมสวนกลับตอนสเปนบุกเพลินๆ นาที 52 กองเชียร์สวิสได้เฮเมื่อ เบนาโญ่ ,โกล์เตะลูกยาวไปถึงกรอบเขตโทษสเปน แดร์ติย็อก ได้ลูกโหม่งแฉลบ ควบบอลเข้าหา คาซิยาส ,นายทวารกระทิงล้มตัวเตะสกัดบอลจากเท้า ทำให้แดร์ดิย็อกตัวลอยปุ่มสตั๊ดฟาดหน้า ปิเก้ ,กองหลังสเปนคิ้วแตก เกลสัน เฟอร์นานเดซ รีบตามซ้ำ ส่งบอลตุงตาข่าย สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0 อย่างเหลือเชื่อ

     โค้ชสเปน บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ต้องตัดสินใจส่งศูนย์หน้า และ มิดฟิลด์อย่าง เฟอร์นันโด้ ตอร์เรส และ เฮซุส นาบาส ลงมาไล่ล่าชัย หวังตีเสมอ นาที 61

     ชาบี อลอนโซ ตั้งป้อมยิงไกลระยะ 25 หลา ลูกบอลพุ่งละลิ่วราวจรวดชนคานสวิสอย่างจัง ขณะ เบนาโญ่ พุ่งรับไม่ถึงแน่ๆ

     นาที 74 สวิสชวดได้ประตูเพิ่มเมื่อ แดร์ดิย็อก ทำชิ่งกับ เอ็นคูโฟ่ ล็อกบอลหลบ รามอส กับ ปูโบล ดีดข้างเท้าส่งลูกหนีมือ กาซียาส ไปชนเสากระดอนออกมายิงซ้ำไปติด ปิเก้ สกัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด

     ท้ายเกมสเปนเดินหน้าบุกอยู่ข้างเดียว ตอร์เรสซึ่งร่างกายฟิตไม่ทัน ได้ลูกจาก บีญ่า ,คู่ขา ตวัดเท้ายิงข้ามคาน ทดเวลาเจ็บ 5 นาที ผู้รักษาประตูสวิสได้ใบเหลืองโทษฐานถ่วงเวลา

     หมดเวลา สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเคยเป็นลูกไล่ สเปน มาตลอดพลิกล็อกชนะทีมเต็งหนึ่งแบบช็อกโลก 1-0 สุดมันส์ ต้องขอชม ออตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ,โค้ชสวิสชาวเยอรมันว่าวางแผนสู้มาดีเยี่ยม

    
     สวิสพลิกล็อกหักเขากระทิง 1-0 ---> ผู้จัดการออนไลน์ 16 มิย.53
     อาถรรพณ์เปเล่? บอกสเปนจะได้แชมป์โลก ---> ไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.53
     "เวิลด์ คัพ2010"ฟ้าขาวถล่มโสมขาวเละ 4-1 นอนตีพุงรอเข้ารอบ-ไก่โดนจังโก้ถอนขนเกลี้ยง0-2จ่อตกรอบ
  ---> มติชนออนไลน์ 18 มิย.53
     ฝรั่งเศสหมดลาย พ่ายจังโก้ กรีซเชือดไนจีเรีย ---> นสพ.ข่าวสด 18 มิย.53


Gelson Fernandes( scored) Switzerland 1, Spain 0

     
next page >>

   pantip.com/cafe   UEFA -wikipedia  fifa.com   pirachan.hi5.com
Pirachan : พิรฌาน